ภาวะหมดไฟ

ภาวะหมดไฟ Burnout syndrome ควรป้องกันเเละรักษาอย่างไร

Burnout syndrome ภาวะหมดไฟ ที่คุณควรรู้

ภาวะหมดไฟ Burnout syndrome เมื่อความเครียดอย่างต่อเนื่องทำให้คุณรู้สึกหมดหนทาง ท้อแท้ และหมดแรง แสดงว่าคุณกำลังอยู่บนเส้นทางแห่งความเหนื่อยหน่าย หรือที่เรียกว่าหมดไฟในตัว จากการใช้ชีวิต เรื่องงาน เเละปัจจัยสิ่งต่างๆรอบข้าง จนไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรเเละอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ

ความเหนื่อยหน่าย ภาวะ หมดไฟ คือ?

หมดไฟ คือ Burnout เป็นสภาวะของอารมณ์ทางกายภาพและจิตใจอ่อนล้าที่เกิดจากความเครียดมากเกินไปและเป็นเวลานาน เกิดขึ้นเมื่อคุณรู้สึกเครียด หมดอารมณ์ และไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความเครียดยังคงดำเนินต่อไป คุณจะเริ่มสูญเสียความสนใจและแรงจูงใจที่นำคุณไปสู่บทบาทบางอย่างตั้งแต่แรก

ความเหนื่อยหน่ายลดประสิทธิภาพการทำงานและท้อเเท้หมดพลังงาน ทำให้คุณรู้สึกหมดหนทาง สิ้นหวัง และขุ่นเคืองมากขึ้นเรื่อยๆในที่สุด อาจรู้สึกว่าไม่อยากจะทำอะไรอีกแล้ว

หมดไฟ

ผลกระทบด้านลบของ หมดไฟในชีวิต จะส่งผลกระทบด้านของชีวิต ครอบครัว ที่ทำงาน และชีวิตในสังคม ความเหนื่อยหน่ายสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวต่อร่างกายได้ ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเช่นหวัดและไข้หวัดใหญ่ เเละผลที่จะเกิดตามมามากมาย การจัดการกับอาการหมดไฟทันทีจึงเป็นเรื่องสำคัญ

อาการที่แสดงออกว่าคุณกำลังอยู่ในช่วง ภาวะหมดไฟ 

ความเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป มันไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่มันสามารถคืบคลานเข้ามาหาคุณได้ โดยอาการแสดงจะไม่ต่อยเเสดงออกในตอนแรก แต่จะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ภาวะหมดไฟ ทฤษฎี ส่วนใหญ่อาการเริ่มแรกมักเป็นสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติที่ต้องแก้ไข ที่ควรให้ความสนใจและลดความเครียดลงอย่างจริงจัง ที่คุณสามารถป้องกันจากะหมดไฟในตัวได้ หากละเลยสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลต่อร่างกายของคุณได้ในระยะยาว

อาการเริ่มเเรกของการหมดไฟ มีดังนี้

  1. ภูมิคุ้มกันลดลง เจ็บป่วยบ่อย
  2. รู้สึกเหนื่อยและเพลียเป็นส่วนใหญ่
  3. ภูมิคุ้มกันลดลง เจ็บป่วยบ่อย
  4. ปวดหัวบ่อยหรือปวดกล้ามเนื้อ
  5. เปลี่ยนความอยากอาหารหรือนิสัยการนอนหลับ

ผลกระทบต่อด้านอารมณ์ เมื่อเผชิญกับการหมดไฟ

  1. ไม่อยากทำ หรือรับผิดชอบใดๆ
  2. การแยกตัวเองออกจากผู้อื่น
  3. ผัดวันประกันพรุ่ง ใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ
  4. การใช้อาหาร ยา หรือแอลกอฮอล์เพื่อรับมือกับปัญหา

เบื่อหน่าย

สาเหตุของอาการหมดไฟ เกิดจากอะไร

ความเหนื่อยล้า หมดไฟมักเกิดจากงานที่ทำ แต่ใครก็ตามที่รู้สึกว่าทำงานหนักเกินไปและ ผิดหวัง ทำให้เสี่ยงมากสำหรับการต้องเผชิญภาวะความเหนื่อยหน่ายจากที่ทำงาน การใช้แรงงานหนักที่ไม่มีวันหยุด

แต่ความเหนื่อยล้า หมดไฟ ไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักหรือความรับผิดชอบมากเกินไปอย่างเดียว  ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลต่อความเหนื่อยล้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์และลักษณะบุคลิกภาพ ที่ก่อให้เกิดความเครียดอย่างได้

สาเหตุของการหมดไฟในการทำงาน 

  • รู้สึกเหมือนคุณทำงานได้ไม่ดีพอ
  • ขาดการยอมรับหรือให้รางวัลสำหรับการทำงานที่ดี
  • ความคาดหวังในงานที่ไม่ชัดเจนหรือเรียกร้องมากเกินไป
  • ทำงานที่ซ้ำซากจำเจหรือไม่ท้าทาย
  • การทำงานในสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายหรือมีความกดดันสูง

รับมือกับ หมดไฟในการทํางาน แก้ไขอย่างไร

เมื่อต้องเผชิญกับ หมดไฟในการทํางาน เป็นสิ่งที่สามารถเเก้ไขได้ แบบประเมินภาวะหมดไฟ หากปล่อยไว้นานจะสร้างความเสียหายต่ออารมณ์และร่างกายมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาที่จะหยุดและเปลี่ยนทิศทางโดยเรียนรู้วิธีที่คุณสามารถช่วยให้ตัวเองเอาชนะความเหนื่อยล้า หมดไฟ จากเรื่องต่างๆได้ และรู้สึกมีสุขภาพดีและมีพลังบวกอีกครั้ง เคล็ดลับต่อไปนี้สามารถป้องกันหรือจัดการกับอาการเหนื่อยล้า หมดไฟได้ มีดังนี้

1. ปรับมุมมองในการทำงานของคุณใหม่

การ ปรับมุมมองในการทำงานของคุณใหม่ ไม่ว่าคุณจะมีงานทำที่ทำให้คุณต้องเร่งรีบหรืองานที่ซ้ำซากจำเจและไม่ได้ผล วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าในงานคือการลาออกและหางานที่คุณรักแทน แน่นอนว่าสำหรับพวกเราหลายคนที่เปลี่ยนงานหรืออาชีพนั้นย่อมเกิดผลดีต่อตนเองด้วย

2. ประเมินลำดับความสำคัญการใช้ชีวิต

การ ประเมินลำดับความสำคัญการใช้ชีวิต ต้องเรียนรู้การใช้เวลาคิดเกี่ยวกับความหวัง เป้าหมาย และความฝันของคุณ ที่อาจเป็นโอกาสที่จะได้ค้นพบสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขจริงๆ และทำให้ได้พักผ่อน ไตร่ตรอง และรักษาสภาพจิตใจ

3. ออกกำลังกายช่วยได้

ออกกำลังกาย อาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณรู้สึกอยากทำเมื่อคุณต้องการหาวิธีกำจัดความเครียด ด้วยการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในในทุกวันด้วย ซึ่งอาจจะตั้งเป้าที่จะออกกำลังกายเป็นเวลา 30 นาทีขึ้นไปต่อวัน หรือแบ่งเป็นกิจกรรมสั้นๆ 10 นาที การเดิน 10 นาทีสามารถลดความเครียดณ์ของคุณอีกด้วย

ปลุกไฟ

เมื่อต้องเผชิญกับการหมดไฟ อย่าเพิ่งรีบท้อใจนะคะ ควรหมั่นมาใส่ใจตนเองเเละหมั่นสังเกตอาการของตนเอง อย่าปล่อยให้มีอาการที่ยาวนาน หากส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากๆ ควรรีบไปพบเเพทยืทันที เเละอย่าลืมนำเคล็ดลับวิธีเเก้ไขที่เราเเนะนำไปปรับใช้ในชีวิตด้วยนะคะ หมดไฟ เเต่ไม่หมดกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อ สำหรับวันนี้ lifestylemean ต้องลาไปก่อน พบกับบทความดีๆกับทางเราได้ใหม่ในครั้งหน้า อย่าพลาดการติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่นี่ lifestylemean.com