ไบโพล่าร์

ไบโพล่าร์ อารมณ์เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย คุณกำลังเป็นอยู่หรือไม่?

ไบโพล่าร์ คืออะไร โรคไบโพล่า อันตรายไหม?

ไบโพล่าร์ เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถทำให้ผู้ที่ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ โรคไบโพล่า อันตรายไหม ถ้าเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี แต่หากขาดความเข้าใจจากคนรอบข้าง ทิ้งให้ผู้ป่วยเผชิญกับโรคเพียงลำพัง  ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตายได้

อาการของโรคมีอะไรบ้าง

อาการของโรคนี้เเบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มอารมณ์แสดงออกดังนี้

1. อารมณ์คุ้มคลั่ง 

อารมณ์คุ้มคลั่ง เป็นช่วงที่อารมณ์ดีสนุกสนานสุดขีด ขยันมากเกินปกติ พูดคุยเสียงดัง มีความมั่นใจสูง  ไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง บางกรณีอาจใช้จ่ายเกินตัว ไบโพล่า ใช้เงินเก่ง หรือพบอารมณ์ก้าวร้าวฉุนเฉียว

2. อารมณ์ซึมเศร้า 

อารมณ์ซึมเศร้า มักจะมีอาการหวาดกลัว เก็บตัว ไม่มั่นใจตนเอง รู้สึกตัวเองหมดคุณค่า อยากตาย

สาเหตุของการเกิดโรค

ส่วนใหญ่เเล้วผู้ที่มักจะป่วยเป็นโรคนี้ จะอยู่ในช่วงอายุ 15-19 ปี และอายุ 20-24 ปี ซึ่งมีสาเหตของการเกิดโรค ดังต่อไปนี้

  1. ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง
  2. พันธุกรรม
  3. การใช้ชีวิต หรือการสูญเสียในชีวิต

สัญญาณเตือนของการเริ่มต้นของโรค ไบโพล่าร์

ไบโพลาร์ ทดสอบ หากสงสัยว่าตนเองกำลังเป็นโรคนี้อยู่หรือไม่ สามารถตรวจเช็คสัญญาณเตือนของการเริ่มต้นของโรค ดังนี้

  • มีปัญหาการทำงาน ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือขยันมากจนเกินเหตุ
  • ไบโพล่า กับ โรคซึมเศร้า มีอาการเหมือนโรคซึมเศร้า เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ อ่อนเเรง
  • พูดเร็วจนจับใจความไม่ได้ จะมีการพูดเเทรก หรือเปลี่ยนหัวข้อการพูดไปมาจนสับสน
  • ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย
  • อารมณ์ดีเกินเหตุ
  • เริ่มใช้ยาเสพติดหรือดื่มสุรา เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียด
  • เวลาในการนอนน้อยลง
  • ขาดสมาธิ ฟุ้งซ่าน

อาการของโรค

ป้องกันเเละดูเเลตนเองอย่างไร เมื่อต้องเผชิญกับโรค

แม้ไม่มีวิธีป้องกันโรคที่เห็นผลชัดเจนได้ อยู่ร่วมกับคนเป็นไบโพล่า แต่ก็สามารถป้องกันปัจจัยเสี่ยง และช่วยลดอาการรุนแรงของโรคนี้ได้ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ดังนี้

  1. ดูเเลสุขภาพให้เเข็งเเรงอยู่เสมอ
  2. หลีกเลี่ยงความเครียด
  3. หากพบว่าตนเองป่วย ควรรีบพบเเพทย์ จิตแพทย์ไบโพล่า เพื่อทำการรักษาทันที
  4. ไม่หยุดยาเอง เเละไปพบเเพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัด

การป้องกัน

แม้โรคนี้ จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมโรคไม่ให้รุนแรง โดยการใช้ยาตามแพทย์ และที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจของคนใกล้ชิดและครอบครัว จะช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคนี้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติอย่างมีความสุขได้นั่นเอง lifestylemean ขอเป็นกำลังใจเเก่ผู้ที่กำลังเผชิญกับโรคนี้ หรือกำลังเข้าข่ายที่จะเป็น ให้กลับมามีรอยยิ้มเเละการใช้ชีวิตที่ปกติอีกครั้งนะคะ